แพทย์พบชายมีเลือดสีขาวไขมันสูง เหตุเพราะรักษาเบาหวานไม่ต่อเนื่อง

แพทย์พบชายมีเลือดสีขาวไขมันสูง เหตุเพราะรักษาเบาหวานไม่ต่อเนื่อง

แพทย์พบชายมีเลือดสีขาวไขมันสูง เหตุเพราะรักษาเบาหวานไม่ต่อเนื่อง

            รางงานวารสารการแพทย์ Annals of Internal Medicine ระบุว่าพบชายที่ไม่ยอมรักษาเบาหวานด้วยการกินยาอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับมีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง จนทำให้ชายชาวเยอรมันผู้นี้เกิดภาวะเลือดข้น จนเลือกเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม ซึ่งอาการเช่นนี้ มีสาเหตุมาจากร่างกายมีไขมันบางชนิดสะสมอยู่ในเลือดสูงเกินไป โดยสามารถทำให้คนไข้มีโอกาสเสียชีวิตโดยฉับพลันได้

ชาวชาวเยอรมันวัย 39 ปี ที่มีเลือดสีขาวจากการไม่ยอมกินยารักษาเบาหวานอย่างสม่ำเสมอ และมีพฤติกรรมการกินอาหารไม่ถูกต้อง ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคโลญทันที หลังจากเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน เซื่องซึม และร่างกายเริ่มตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกลดลงทุกขณะ หากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจเกิดอาการลมชัก หมดสติ จนถึงขึ้นโคม่าได้

การรักษาเบาหวานไม่ต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมการกินไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดเลือดสีขาวได้อย่างไร

ผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์เบื้องต้น พบว่า ชายผู้ที่ไม่ยอมรักษาเบาหวานไม่ต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมการกินไม่ถูกต้องผู้นี้ มีภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง (Hypertriglyceridemia) แต่ทว่า มีอาการอยู่ในขั้นรุนแรงอย่างสุดขั้วยิ่งกว่าคนไข้ปกติทั่วไป โดยไตรกลีเซอไรด์นั้น จัดเป็นโมเลกุลไขมันชนิดหนึ่งที่ตับสังเคราะห์ขึ้นได้เอง แต่ระดับความเข้มข้นในร่างกายสามารถเพิ่มขึ้นได้ จากชนิดและปริมาณของอาหารที่ได้ทานเข้าไปด้วย

สำหรับคนปกติทั่วไปนั้น จะมีระดับความเข้มข้นของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดไม่เกิน 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) และส่วนคนที่มีไตรกลีเซอไรด์ในระดับ “สูงมาก” จะอยู่ที่ประมาณ 500 mg/dL แต่กับคนไข้ชาวเยอรมันที่มีเลือดเป็นสีขาวนี้ มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงถึง 18,000 mg/dL ซึ่งจัดว่าอยู่เหนือระดับที่สูงมากถึง 36 เท่าเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงไม่อาจรักษาคนไข้ที่มีภาวะเลือดข้นจากไตรกลีเซอไรด์ด้วยวิธีปกติได้ ซึ่งจะมีการใช้เครื่องไตฟอกเทียมมาฟอกเลือด เพื่อขจัดโมเลกุลของไขมันและสารพิษอื่น ๆ ออก เนื่องจากชายเยอรมันผู้นี้ มีปริมาณไขมันในเลือดที่มีความเข้มข้นและความหนืดสูงเข้าไปอุดตันอยู่ในอุปกรณ์ดังกล่าวถึง 2 ครั้ง ทำให้แพทย์ที่ทำการรักษาด้วยเปลี่ยนมาใช้วิธีอื่นแทน

คนไข้ที่ไม่ยอมรักษาเบาหวานอย่างต่อเนื่องและมีพฤติกรรมการกินผิด ๆ รายนี้ ต้องรักษาด้วยวิธีโบราณ

ภายหลังจากแพทย์พิจารณาอย่างถี่ถ้วนพบว่า คนไข้ที่ไม่ยอมรักษาเบาหวานอย่างต่อเนื่องและมีพฤติกรรมการกินผิด ๆ จนมีเลือดสีขาวรายนี้ จะต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีทำให้คนไข้เสียเลือด (Bloodletting) ที่จัดเป็นวิธีรักษาโรคที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในโลกตะวันตกช่วงยุคศตวรรษที่ 18 และ 19 ซึ่งมีความเก่าแก่ ที่สามารถนับย้อนไปได้ถึงยุคอียิปต์ยุคโบราณราวสามพันปีที่แล้ว แต่ในยุคปัจจุบันนี้ วงการแพทย์ไม่นิยมใช้วิธีนี้อีกต่อไปแล้ว

ทั้งนี้ การรักษาคนไข้ด้วยวิธีนี้ จะต้องทำให้เกิดบาดแผลเพื่อขับเอา “เลือดเสีย” ออกมา โดยแพทย์จะทำให้คนไข้เสียเลือดที่มีปริมาณไขมันในร่างกายราว 2 ลิตรออกมา ก่อนจะทำการถ่ายเอาเซลล์เม็ดเลือดแดงเข้มขนและพลาสมาจากผู้บริจาคที่มีสุขภาพดีเข้าไปแทน จนทำให้คนไข้รายนี้รอดพ้นความตายจากภาวะเลือดข้นมาได้.

เบาหวานเป็นโรคที่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากสงสัยอะไรเพิ่มเติมเข้าไปได้ที่ https://www.gdyna.com/category/7/รักษาเบาหวาน