หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาด้วยวิธีนิวคลีโอพลาสตี้

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาด้วยวิธีนิวคลีโอพลาสตี้

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาด้วยวิธีนิวคลีโอพลาสตี้

            หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่นั้น ก่อนรู้ว่าตนเองเป็นหนัก มักเคยมีอาการปวดหลังที่มาจากกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่ แต่ปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ด้วยความชะล่าใจ โดยเฉพาะอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณ หลัง คอ บ่า ที่ถูกใช้งานบ่อยในขณะนั่ง ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ โดยสัญญานเตือนเริ่มแรก ที่ทำให้รู้ว่าตัวเองมีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น ส่วนมากมักมีอาการปวดดังต่อไปนี้

-ปวดหลังร้าวลงขา

-ปวดเป็น ๆ หายๆ

-ยืนนานก็ปวด นั่งนานก็ปวด

-ปวดเรื้อรัง

ซึ่งหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้ตรงจุดได้อย่างไรนั้น? ต้องพิจารณาอาการปวดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อน เช่น ปวดกล้ามเนื้อคอ ไหล่ หลัง หรือกล้ามเนื้อสะโพก โดยอาการปวดเหล่าล้วนนี้ขึ้นอยู่กับอวัยวะส่วนใดของร่างกายที่ถูกใช้งานมากที่สุด

แต่หากมีอาการปวดแล้วรู้สึกตึงลงมาที่ต้นขา สะโพก มักเกิดอาการชาร่วมด้วย แบบนี้คือการปวดที่เกิดจากกระดูกสันหลังโดยตรง เมื่อปล่อยทิ้งอาการปวดไปนาน ๆ ก็จะทำให้มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อในจุดที่เส้นประสาทวิ่งลงไปเลี้ยง ส่วนอาการปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดหลังออกกำลังกายหนัก หรือมีอาการปวดหลังเมื่อตื่นนอนขึ้นมา ส่วนใหญ่มักเกิดจากกล้ามเนื้อหลังที่มีอันตรายแต่อย่างใด

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาไวก็หายไว

ซึ่งผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ไวเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้อาการดีขึ้นไวมากขึ้นแช่นกัน ดังนั้นหากพบว่าตนเองมีอาการปวดมาก ๆ ปวดจนไม่สามารถเดินไหว หรือยืนตัวตรงได้ พร้อมกับมีอาการชาอ่อนแรง เดินลงน้ำหน้าไม่ไหว หรือยืนตัวตรงไม่ได้  สิ่งเหล่านี้คือสัญญานเตือนที่บ่งบอกว่าเริ่มมีอาการรุนแรงแล้ว

เมื่อตรวจเจออาการเหล่านี้ ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่าตนเองได้ป่วยเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาไวก็ยิ่งหายไว จึงต้องเดินทางไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่ออาการปวดหลังที่เป็นอันตรายกับตัวเอาได้

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาด้วย “นิวคลีโอพลาสตี้” มีวิธีอย่างไร

การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ด้วยวิธีนี้ ผู้ป่วยจะไม่ต้องเข้ารักการผ่าตัด เนื่องจากเป็นการรักษาด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องที่เรียกว่า “นิวคลีโอพลาสตี้” โดยการสอดอุปกรณ์ประมาณ 3 มิลลิเมตร เข้าไปยังจุดที่เกิดอาการ พร้อมกับใช้เครื่องเอกซเรย์เข้ามาช่วย เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าถึงจุดต้นเหตุที่เกิดการแตกหัก

จากนั้นทำการคีบเศษชิ้นส่วนที่ทำให้เกิดอาการอักเสบออกมาก่อน แล้วค่อยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อที่อักเสบตรงจุดนั้น เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็ทำการหดรูที่แตกให้แคบลง ช่วยทำให้อาการปวดหายไปได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้ระยะเวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมงเท่านั้น ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาเรียบร้อยแล้วก็สามารถกลับบ้านได้ทันที โดยไม่ต้องนอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล.