ลูกท้องผูกแบบไหน ถึงเรียกว่าผิดปกติ

ลูกท้องผูกแบบไหน ถึงเรียกว่าผิดปกติ

ลูกท้องผูกแบบไหน ถึงเรียกว่าผิดปกติ

            คุณแม่เกือบทุกคนต้องพบเจอปัญหาลูกท้องผูกกันเป็นปกติ เพราะมันเกิดได้หลายปัจจัย และมีอาการแต่ต่างกัน โดยเด็กเล็กประมาณ 5 -10% มักจะเกิดอาการท้องผูกแบบกะทันหัน นั่นคือ มีการถ่ายเป็นปกติมาโดยตลอด แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดท้องผู้แบบฉับพลันขึ้นมา พร้อมกับมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ท้องอืด อาเจียน ที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะอุดตันของทางเดินอาหาร นอกจากนี้ อาการท้องผูกที่เกิดขึ้นกับลูกน้อย ก็แบ่งออกได้เป็นประเภทต่าง ๆ อีกดังนี้

1.ลูกท้องผูกเรื้อรัง

สำหรับคุณแม่ที่พบว่าลูกท้องผูกแบบเรื้อรังนั้น ทางการแพทย์ได้อธิบายว่า ภาวะท้องผูกเช่นนี้ อาจพบได้บ่อยในเด็กที่เป็นโรคเอ๋อ หรือเด็กที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ มีปัญหาท้องผู้มานาน มีการถ่ายแบบกะปริดปะปรอย ถ่ายไม่หมดในแต่ละครั้ง ซึ่งอาการเหล่านี้ จะเกิดขึ้นร่วมภาวะถ่ายเหลว และยังส่งผลให้เด็กกว่าร้อยละ 300 ที่เป็นฉี่รดที่นอนด้วย

นอกจากนี้ มันยังอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ และเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น มีเลือดออกทางทวารหนักจาบาดแผลปริแตกที่ปากทวาร และเด็กบางรายยังอาจเกิดภาวะลำไส้ใหญ่อีกเสบอีกด้วย ดังนั้น หากสงสัยว่าลูกมีอาการตามที่กล่าวมานี้ ก็ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับการวินิจฉัยทันที โดยแพทย์จะทำการสอบถามประวัติการใช้ยา เพราะยาบางชนิดสามารถทำให้ท้องผูกได้ พร้อมกับมีการตรวจเลือดหาระดับไทรอยด์ฮอร์โมน เพื่อตรวจหาภาวะผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ เป็นต้น

2.ลูกท้องผูกบ่อย ๆ  จนมีอาการคล้ายริดสีดวง

ผลของการที่ลูกท้องผูกบ่อย ๆ จนทำให้ทวารหนักฉีดขาด จนเกิดบาดแผลปริแตดอันเนื่องมาจากการเบ่งอุจจาระก้อนใหญ่ แห้งและแข็ง ส่งผลให้เกิดอาการบวมของผิวหนังใกล้ ๆ กับแผลที่แตก ในที่สุดก็กลายเป็นติ่งเนื้อที่ก้นขึ้นมา ซึ่งลูกจะมีอาการเจ็บปวดมากเวลาถ่ายและมีเลือดสีแดงสดปนออกมาให้เห็นกับก้อนอุจจาระ

สำหรับอาการเช่นนี้ เมื่อพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในเบื้องต้นก็จะมีการรักษาด้วยการให้ลูกนั่งแช่ลงไปในน้ำอุ่น พร้อมกับมีการใช้ยาทาแผลร่วมด้วย เพื่อไม่ให้ลูกเจ็บ ซึ่งการรักษาแบบนี้ จะช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้น มีอุจจาระนุ่มลง โดยอาการริดสีดวงทวารนี้ สามารถพบได้เด็กโตและมีโอกาสเกิดขึ้นกับเด็กเล็กน้อยมาก

3.ลูกท้องผูกที่เกิดจากความผิดปกติของลำไส้

สำหรับท้องผู้แบบนี้ จะเกิดจากภาวะลำไส้ใหญส่วนปลายขาดปกประสาทไปเป็นช่วง ๆ จนทำให้การบีบตัวของลำไส้ใหญ่ไม่สามารถส่งผ่านไปยังทวารหนักได้ โดยอาการเช่นนี้ จะพบได้ในอัตราร้อนละ 60 ในทารกวัย 3 เดือน ซึ่งทารกที่มีภาวะดังกล่าวจะไม่สามารถถ่ายขี้เทาได้ เพราะมีรูทหวารเล็กแคบและตีบไปจากเดิม และจะมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ เกิดการอาเจียน เลี้ยงไม่โต มีอาการลำไส้อักเสบ ในกรณีต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจทวารหนักอย่างละเอียด และรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น.

ขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://nutriciaexpert.com/digestion-discomfort/เมื่อลูกรักมีอาการไม่สบายท้อง/มีอาการท้องผูก/ลูกท้องผูก