ขนคุดแบ่งออกได้ 2 ประเภท แล้วคุณละเป็นประเภทไหน?

ขนคุดแบ่งออกได้ 2 ประเภท แล้วคุณละเป็นประเภทไหน

ขนคุดแบ่งออกได้ 2 ประเภท แล้วคุณละเป็นประเภทไหน?

            ขนที่เกิดอาการขุด หรือโรคขนคุดอักเสบ (Pseudofolliculitis Barbae PFB) มักเกิดบริเวณหนวดเคราเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบรรดาผู้ชายทั้งหลายจะพบได้บ่อยในส่วนนี้ ซึ่งเป็นขนที่เกิดขึ้นมาใหม่หลังการโกน ทำให้เส้นขนม้วนงอเป็นตัวยูอยู่ในรูขุมขน จนหาทางออกไม่ได้ จนเกิดการอักเสบตามมา

ซึ่งการโกนหนวดด้วยมีดโกน เป็นแค่การตัดปลายขนของหนวดเท่านั้น ทำให้ขนที่เหลืออยู่มีลักษณะปลายแหลมเหมือนหอก และหากหนวดเหล่านี้ ได้งอกย้อนกลับเขาไปทิ่มในรูขุมขน มันก็จะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายทันที จึงเกิดกระบวนการต่อต้านเส้นขนเหล่านี้ขึ้นมา ทำให้ผิวเกิดอาการคันและอักเสบมีสีแดงคล้ายสิว และหากโกนหนวดจุดเดิมซ้ำ ๆ ก็จะก่อให้เกิดการระคายเคียง และผิวหนังอีกเสบเพิ่มเติมได้ จนเกิดการอักเสบเป็นตุ่มหนอง (Pustules) หรือเกิดแผลคล้ายคีลอยด์ (Keloid) บริเวณเคราและคอ

ขนคุด 2 ประเภท แตกต่างกันอย่างไร แล้วมีวิธีป้องกันยังไงบ้าง

1.Transfollicular – เป็นขนประเภทที่สามารถออกจากรูขุมขนได้เพียงแต่โค้งงอกลับเข้าไป

2.Extrafollicular –  เป็นขนที่ไปเจริญเติบโตอยู่ภายในรูขุมขน จนเกิดของเหลวสะสมอยู่ภายในรูขมขน ทำให้เป็นตุ่มนูนออกมา และมักมีอาการอักเสบ ระคายเคือง

ส่วนวิธีการป้องกันขนคุดที่ดีที่สุดนั้น คือปล่อยให้หนวดเคราเจริญเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติ ถึงแม้เป็นเรื่องยากในสังคมปัจจุบันนี้ ที่ไม่นิยมหนวดเครา แต่ก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการใช้กรรไกรมาเล็ม ๆ แทนการโกน หรือใช้แนบดึงเส้นขนออกมาแทนก็ได้เช่นกัน สำหรับวิธีรักษานั้น แพทย์อาจมีการใช้ยาบางชนิดร่วมด้วย หรือหากไม่อยากมีหนวดเคราจริง ๆ ก็สามารถใช้เลเซอร์กำจัดขน (Laser Hair Removal) แทนได้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ช่วยกำจัดขนให้หายไปจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการรักษาขนคุด

แพทย์ผิวหนังจะมีวิธีการรักษาขนคุด ด้วยการให้ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่ปราศจากแอลกอฮอล์และน้ำหอม เพราะมันเป็นตัวทำให้ผิวแห้งกร้าน และเพิ่มความระคายเคือง ให้เปลี่ยนมาใช้สินค้าที่ไม่มีน้ำมันและน้ำหอมเป็นส่วนประกอบ เพื่อช่วยลดการอุดตันของผิว

ส่วนการรักษาขนคุดอีกวิธีก็คือ แพทย์อาจใช้ Glycolic Acid Lotion 8% เช่น Alpha-Hydrox หรือ Neo-Strata เพื่อให้ผิวหนังหลุดลอก จนเส้นขนสามารถออกมาได้ ถึงแม้จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่หากแพทย์ขาดความชำนาญก็อาจทำให้ผิวหนังไหม้จากเคมีได้ จนเกิดรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้า นอกจากนี้แล้ว ก็มีวิธีการรักษาอื่น ๆ อีก เช่นอาจมีการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดการอักเสบในรูขุมขน และนิยมใช้ Retin-A เพื่อช่วยลดรอยด่างดำที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตัวยาที่กล่าวไปข้างต้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่มันก็ขึ้นชื่อว่ายา ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนัง หรือเครื่องสำอาง จึงควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวจะดีที่สุด.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://www.kp-clear.com/