รักษามะเร็งด้วยรอยยิ้ม จากประสบการณ์หญิงแกร่งผู้ชนะโรคมะเร็ง

รักษามะเร็งด้วยรอยยิ้ม จากประสบการณ์หญิงแกร่งผู้ชนะโรคมะเร็ง

รักษามะเร็งด้วยรอยยิ้ม จากประสบการณ์หญิงแกร่งผู้ชนะโรคมะเร็ง

            สำหรับหลายคน “โรคมะเร็ง” อาจดูเป็นสิ่งที่น่ากลัวร้ายแรง เป็นโรคที่นำมาซึ่งความเจ็บปวดสูญเสีย แต่ทว่าในวันนี้เราพาทุกท่านไปรู้จักกับผู้หญิงท่านหนึ่ง นามว่า ผศ.รวีโรจน์ อนันตธนาชัย ที่เคยผ่านช่วงเวลาของการป่วยด้วยโรคมะเร็ง มาตั้งแต่สมัยที่เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อใช้ในการรักษามะเร็งยังไม่ก้าวหน้าและทันสมัยเทียบเท่าในปัจจุบัน

ต้องยอมรับ และไม่ยอมแพ้คือหัวใจสำคัญของการรักษามะเร็งที่ดีที่สุด

ผศ.รวีโรจน์ เล่าย้อนเหตุการณ์ว่า “มะเร็งจะมี 4 ระยะ ตอนที่ไปตรวจ หมอบอกว่าแม่เป็นระยะที่ 2.5 และลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองแล้ว ทำให้วิธีการรักษามะเร็งต้องใช้วิธีการผ่าออกหมดเลย ทั้งหน้าอกและต่อมน้ำเหลือง แต่หมอก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเสริมหน้าอกคืนให้ เราก็ได้แต่ยอมรับมัน และไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายคุณหมอก็ไม่ได้เสริมให้จริง ๆ ( ผศ.รวีโรจน์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม ) ซึ่งสมัยนั้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษามะเร็งก็มีไม่มากเทียบเท่าสมัยนี้ ทำให้เรื่องของการรักษายังไม่ค่อยดีมากนัก แต่ก็ยังโชคดีอยู่ที่แม่เป็นข้าราชการค่ะ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับการรักษามะเร็งได้ทั้งหมด แต่ก็ทำประกันเอาไว้ด้วย เผื่อวันนึงเราเป็นอะไรไป คนข้างหลังจะได้ไม่ลำบาก”

จิตใจที่ดีคือภูมิต้านทานโรคที่สำคัญ มีส่วนช่วยในการรักษามะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แม่เป็นคนเข้มแข็งและเป็นคนคิดบวกมาก จำได้ว่าตอนรักษามะเร็งอยู่ที่โรงพยาบาลก็ให้กำลังใจคนไปทั่ว เราจึงอยากทำให้คนรอบข้างมีความสุข ไม่อยากเห็นใครเศร้า ไม่ต้องการให้ใครเครียด เจอใครก็ยิ้ม ยิ้มไว้ก่อน พอทุกคนเห็นว่าเรามีความสุข เค้าก็มีกำลังใจ เราก็มีกำลังใจ”

จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า จิตใจที่เข้มแข็งและการมองโลกในแง่ดีของเธอ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตมาได้ และในวันนี้เธอสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างคนทั่วไปโดยปราศจากมะเร็งอย่างสิ้นเชิง

เคล็ดลับในการใช้ชีวิตหลังจากรักษามะเร็งจนหายป่วย

“ทุกวันนี้ก็ยังดูแลสุขภาพร่างกายอยู่ โดยเฉพาะจิตใจต้องดูแลเป็นอย่างดี และมีการออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ดแลในเรื่องอาหารการกิน ซึ่งตอนนี้ก็มีคนรอบตัวป่วยเป็นมะเร็ง จนต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อเข้ารักการรักษามะเร็ง เราก็เดินทางไปให้กำลังใจพวกเขาเหล่านั้น ให้พวกเขาดูเราเป็นตัวอย่าง เพราะตัวเรานั้นป่วยตั้งแต่สมัยที่มะเร็งยังเป็นโรคน่ากลัวมากอยู่เลย ตอนนี้มีผู้เชี่ยวชาญเยอะ การรักษาก็ทันสมัย ไม่น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว” ผศ.รวีโรจน์ กล่าว