ย้อนรอยต้นกำเนิด ของนวัตกรรมความงาม Thermage

ย้อนรอยต้นกำเนิด ของนวัตกรรมความงาม Thermage

ย้อนรอยต้นกำเนิด ของนวัตกรรมความงาม Thermage

            นัวตกรรม Thermage จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่กล่าวขานกันดี ในเรื่องคุณสมบัติที่สามารถคืนความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณได้ ด้วยวิธีการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ในชั้นลึกของผิว จึงช่วยยกกระชับและปรับสภาพผิวพรรณให้เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับจุดกำเนิดของ นัวตกรรม Thermage ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในไทย ณ ตอนนี้ ต้องย้อนกลับไปในปี ค.ส.1996 ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงการย์แพทย์ของอเมริกา จนกระทั่งในปี 2004 เทอร์มาจก็ได้เข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 3 รุ่นด้วยกัน ดังนี้

1.Thermage Cool TC3

Thermage Cool TC3 เป็นเครื่องรุ่นแรก ที่มีประสิทธิภาพช่วยคงความงดงาม พร้อมกับคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณ จึงช่วยสร้างความพึงพอใข ให้กับคนที่เข้ามาใช้บริการได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้ มีความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ที่สำคัญ Thermage Cool TC3 ยังช่วยสร้างความแตกต่าง จากนวัตกรรมด้านความงามที่มีอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด เนื่องจากเครื่องเทอร์มาจรุ่นนี้ เมื่ออยู่ในระหว่างขั้นตอนรักษาอาจรู้สึกเจ็บตัวบ้าง แต่ก็ไม่มาก เพราะอยู่ในระดับที่คนสามารถทนได้ อีกทั้งไม่สร้างรอยแผลเป็น และหลังรักษาก็ใช้เวลาพักฟื้นเพียงไม่นานก็หายดี

1.Thermage Cool NXT

ในปี ค.ศ.2007 Thermage Cool NXT ก็ถูกเปิดตัวและได้นำเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยรูปลักษณ์ที่มีความทันสมัย พร้อมกับช่วยลดระยะเวลาในการรักษาได้ถึง 25% และมีวิธีการใช้ที่ง่ายกว่าเครื่องรุ่นก่อน จึงทำให้เครื่องเทอร์มาจรุ่นนี้ ได้รับความสนใจจากแพทย์จำนวนมาก ที่ไว้วางใจเลือกมาใช้งาน ส่วนเรื่องประสิทธิภาพทั้ง 2 รุ่นนี้ ยังคงให้ผลลัพธ์หลังการรักษาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก และยังคงรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อย

3.Thermage CPT

สำหรับ Thermage CPT ชื่อเรียกเต็มว่า “Comfort Pulse Technology” จัดเป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกพัฒนามาอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในด้านรูปลักษณ์ตัวเครื่อง การใช้งาน ไปจนถึงผลลัพธ์หลังเสร็จสิ้นการรักษา พร้อมกับความสามารถที่ช่วยลดความเจ็บปวดได้ดีกว่าเครื่องรุ่นก่อน

ทำให้ทุกวันนี้ มีผู้คนสนใจทำเทอร์มาจขึ้นทั่วโลก เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์และให้ผลลัพธ์ตรงใจมากที่สุด โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ทิ้งรอยแผล ที่สำคัญ ผลการรักษายังอยู่ได้นาน 1-2 ปี ถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แถมยังไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่าง ๆ อีกด้วย เพราะมีความปลอดภัยสูง ซึ่งผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทั้งของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา