นักวิจัยญี่ปุ่นค้นพบวิธีรักษาผมร่วง จากวาซาบิ

นักวิจัยญี่ปุ่นค้นพบวิธีรักษาผมร่วง จากวาซาบิ

นักวิจัยญี่ปุ่นค้นพบวิธีรักษาผมร่วง จากวาซาบิ

            คนที่ชื่อชอบรับประทานอาหารญี่ปุ่น ต้องรู้จักกับวาซาบิเป็นอย่างดีในฐานะเครื่องเทศที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับการทานอาหารญี่ปุ่นเป็นอย่างดี นอกจากรสที่ชาติจัดจ้านขึ้นจมูกแล้ว วาซาบิยังนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีกด้วยเช่นกัน

เนื่องจากทีมนักวิจัยของบริษัทญี่ปุ่น Kinin ได้ค้นพบว่า วาซาบิสามารถรักษาผมร่วงได้ด้วย เพราะมีสารชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า Isosaponarin ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นเซลล์ Papilla ที่อยู่ในศีรษะมนุษย์ได้ เมื่อเซลล์ ดังกล่าวได้รับสาร Isosaponarin จะเกิดปฏิกิริยากัน จนกระทั่งเส้นผมใหม่งอกเงยขึ้นมาได้ อีกทั้งยังช่วยให้เส้นผมหนาดกดำขึ้นได้ ที่สำคัญ วาซาบิยังก่อให้เกิดการพัฒนาของโปรตีน ซึ่งมีหน้าที่ลำเลียงสารอาหารไปยังเซลล์ Papilla ได้อีกด้วย โดยมีคุณสมบัติคล้ายกับผลิตภัณฑ์ปลูกผมที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด

วาซาบิช่วยรักษาผมร่วงได้ และมีประสิทธิภาพดีกว่ายาปลูกผลถึง 3 เท่า

สาร Isosaponarin ที่นักวิจัยค้นพบ นอกจากช่วยรักษาผมร่วงได้แล้ว ยังมีประสิทธิภาพดียิ่งกว่ายาปลูกผมทั่วไปถึง 3 เท่า และมีดีกว่าตรงที่เป็นวิธีการปลูกผมด้วยพลังจากธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้แล้ว ส่วนผสมจากวาซาบิ ซึ่งเป็นส่วนที่นำมาใช้รับประทานนั้น ยังมีผลต่อเซลล์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การนำวาซาบิมาใช้รักษาผมร่วง หรือปลูกผมนั้น ต้องเกิดความแน่ใจก่อนว่าเซลล์ได้สัมผัสกับสารเหล่านี้จริงหรือไม่ ซึ่งนั่นหมายความว่าการรับประทานวาซาบิเข้าไปในปริมาณมาก ๆ นั้น ไม่ได้ช่วยให้เส้นผมดกดำขึ้นแต่อย่างใด วิธีที่ถูกต้องคือให้วาซาบิสัมผัสกับหนังศีรษะโดยตรงเท่านั้น จึงช่วยให้เส้นผมดกดำขึ้นได้

หากมีความต้องการนำวาซาบิมาใช้งานนั้น ต้องแน่ใจก่อนว่าสามารถรับมือกับกลิ่นฉุนที่ลอยขึ้นจมูกเช่นนี้ได้หรือไม่ แต่หากเป็นคนที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว จนเกิดความคุ้นชินกับกลิ่นฉุนก็มีความคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะสามารถช่วยให้เส้นผมดกดำและหนาขึ้นได้อีกครั้งด้วยวิธีธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีใดใดทั้งสิ้น

ต้องใช้วาซาบิแท้จากญี่ปุ่นเท่านั้น ถึงนำมาใช้รักษาผมร่วงและปลูกผมได้

สำหรับใครอยากใช้วาซาบิมารักษาผมร่วง หรือปลูกผมอย่างแน่วแน่แล้ว อย่าเพิ่งรีบไปหยิบผงวาซาบิแล้วมาละเลงทั่วศีรษะให้ทั่วทันที เนื่องจากต้องใช้วาซาบิแท้จากญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะจัดเป็นวาซาบิเพียงชนิดเดียวที่มีสาร Isosaponarin เป็นส่วนประกอบ

โดยทุกคนสามารถหาซื้อวาซาบิญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย ตามแหล่งที่มีการขายสินค้าอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เช่น ห้างสรรพสินค้า เมื่อเจอสถานที่ขายแล้ว ก็ให้มองสังเกตท้ายฉลากที่ติดอยู่กับวาซาบิ ซึ่งเขียนระบุเป็นภาษาญี่ปุ่นไว้ว่า “本わさび使用” ก็สามารถซื้อมาใช้งานได้โดยทันที แต่หากระบุไว้ว่า “本わさび入り”  แสดงว่ามีส่วนประกอบของวาซาบิในปริมาณน้อยกว่า 50% หากนำมาใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความอย่างเป็นทางการ https://www.bioscorthailand.com/