ทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ป่วยเป็นข้อเข่าเสื่อม

ทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ป่วยเป็นข้อเข่าเสื่อม

ทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ป่วยเป็นข้อเข่าเสื่อม

สถานการณ์ของผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อมเพิ่มมากขึ้นตามอายุขัย โดยอายุขัยเฉลี่ยปัจจุบันของประชากรโลกส่วนมากจะอยู่ที่ 79 – 80 ปี ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าข้อเข่าเสื่อมจะเกิดกับเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ทว่าในปัจจุบันกลับพบว่ากลุ่มวัยกลางคนขึ้นไปก็มีโอกาศเสี่ยงได้เช่นกัน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สำหรับบางรายที่มีอาการรุนแรง กระดูกจะเปราะบางมาก ช่องว่างบริเวณเข่าจะมาชนกัน โดยเฉพาะเวลาขยับข้อจะเกิดการเสียดสี สาเหตุดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อมดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างยากลำบากนั่นเอง

การรักษารักษาข้อเข่าเสื่อมนั้นสามารถทำได้ โดยการทานยา ผู้ป่วยส่วนมากจะเลือกวิธีนี้ เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่สะดวกสบายที่สุด และสามารถหาซื้อยามาทานได้ตามท้องตลาดทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วยาที่ซื้อเองนั้นจะเป็นยาแก้ปวดธรรมดา หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ จึงช่วยลดการเจ็บปวดได้เพียงไม่นาน ในไม่ช้าก็จะกลับมาเป็นอีก ด้วยเหตุนี้ผู้ป่วยจึงต้องทานยาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานาน ในท้ายที่สุดก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายเราเอง ไม่ว่าจะเป็นตับ ใต กระเพาะอาหาร ไปจนถึงระบบฮอร์โมนจนทำให้ร่างกายบวมโต หลังมีหนอกเหมือนวัว ตัวมีขนเหมือนลิง ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าหากหากผู้ป่วยใช้วิธีทานยาเพื่อประคับประคองอาการแล้วยังไม่ได้ผล ก็ต้องหันมาใช้วิธีสุดท้าย นั่นคือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า สำหรับวิธีการรักษาแบบนี้ผู้ป่วยส่วนมากจะจำใจรักษามากกว่าสมัครใจ เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แถมความเสี่ยงยังสูงอีกเช่นกัน ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อม เริ่มหันมาเสาะแสวงหาทางเลือกใหม่ ๆ ในการดูแลตนเอง

การเปลี่ยนแปลงสภาพข้อเข่า เยื่อหุ้มข้อ เส้นเอ็นรอบข้อ และกระดูกที่ประกอบกันจนเกิดเป็นข้อเข่าเสื่อม

สำหรับผู้ป่วยที่มีอายุมากขึ้น ย่อมมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้นตามไปด้วย อันเนื่องมาจากระบบการเผาผลาญที่เริ่มเสื่อมสภาพ ส่งผลไปยังข้อต่อต่างทำให้เกิดความไม่ปกติ ซึ่งอาการจะเป็นเริ่มจากไปน้อยได้ดังนี้

– ผิวข่อเข่า ที่เป็นกระดูกอ่อนเริ่มสึก ทำให้ผิวข้อไม่เรียบ จึงทำให้การเคลื่อนไหวติดขัด

– กระจายการรับน้ำหนักของกระดูกผิวข้อ เริ่มผิดปกติมากขึ้น เมื่อทิ้งน้ำหนักตัวลงจะปวดเสียวจนแทบทนไม่ได้

– เยื่อหุ้มข้อ เกิดการระคายเคือง และอักเสบ

– กล้ามเนื้อรอบข้อเข่า มีความแข็งแรงน้อยลง แรงกระแทกจึงมีผลกับผิวข้อมากขึ้น

– เอ็นยึดข้อบางส่วนหย่อนยานลง ทำให้ข้อแกว่งไปมา หรือหลวมมากกว่าเดิม

– แกนขาเริ่มมีความผิดปกติ จากน้ำหนักตัวที่มากขึ้น ทำให้ขาดูโก่ง

– กระดูกบริเวณรอบข้อเกิดการปรับตัว โดยการสร้างกระดูกให้งอกขึ้นใหม่ภายในข้อ ทำให้เคลื่อนไหวได้ช้า

แนววทางการรักษาข้อเข่าเสื่อม แบบการแพทย์บูรณาการ

ข้อเข่าเสื่อมหากตรวจพบตั่งแต่เนิ่น ๆ แล้วต้องได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเป็นหนักขึ้น โดยแนวทางบูรณาการจะวางโปรแกรมการรักษาตามเฉพาะบุคคล อาทิ ปรับโครงสร้างข้อเข่าเพื่อให้เกิดความสมดุล รวมถึงการกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ใช้ร่วมกับการบริหารเฉพาะทางเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงเป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อสุขภาพที่ยอดเยี่ยมแบบองค์รวมควรปฏิบัติตัวตามหลัก “5 อ. For health” ได้แก่ 1.อารมณ์ดี 2.เอนกาย 3.ออกกำลังกาย 4.เอาพิษออกจากร่างกาย และจิตใจ 5.เอื้อเฟื้อเพื่อแพร่ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อมดีขึ้นอย่างเป็นลำดับ อีกทั้งยังเป็นการทำให้สังคมน่าอยู่อีกด้วย